สาขา: โยธา
วิชา: Highway Engineering
เนื้อหา: Highway materials
ระดับความยากง่าย: ยาก
จำนวนข้อสอบ: 1 ข้อ
จำนวนข้อสอบ: 1 ข้อ
โจทย์:
ในการออกแบบผิวทางแบบเซอร์เฟสทรีตเมนท์ ถ้าสมมติว่า
ก. ความหนาของชั้นเซอร์เฟสทรีตเมนท์ที่ได้มาจะหนาเท่ากับความหนาของแอกกรีเกทหนึ่งก้อน(One-stone particle thick)
ข. เมื่อเกลี่ยแอกกรีเกทที่มีขนาดเท่าๆกัน (Single size)ลงบนแผ่นฟิล์มของยางแอสฟัลต์ แอกกรีเกทจะวางตัวอยู่ในตำแหน่งต่างๆกัน(Random)และมีโพรง (Voids)ระหว่างก้อนประมาณ 50%
ค. หลังจากถูกบดทับด้วยรถบดแล้วโพรงจะลดลงเหลือ40%
ง. เมื่อเปิดถนนใช้บริการ ยวดยานที่สัญจรไปมาจะช่วยบดทับแอกกรีเกททำให้แอกกรีเกทเรียงตัวอยู่ในตำแหน่งที่แน่นที่สุด และมีโพรงประมาณ 30%จ. เมื่อแอกกรีเกทเรียงตัวอยู่ในตำแหน่งที่แน่นที่สุด แอกกรีเกทจะวางราบกับพื้นเอาด้านที่แบนที่สุดลง เพราะฉะนั้นความหนาของชั้นผิวทางที่จะได้มาจะเท่ากับค่าเฉลี่ยของด้านสั้นที่สุดของแอกกรีเกทซึ่งจะเรียกว่า Average Least Dimensions (H) ของแอกกรีเกท
ฉ. ปริมาณที่เหมาะสมของยางแอสฟัลต์จะต้องสามารถบรรจุในโพรง (ซึ่งมีอยู่ 30%ตามข้อ ง.) ได้ประมาณ 70%
ถ้า
H = Average Least Dimensions ,มิลลิลิตร
S = ค่าปรัปแก้เนื่องจากลักษณะของผิวชั้นล่าง,ลิตรต่อตารางเมตร
A = ปริมาณเนื้อนางแอสฟัลต์ที่ถูกดูดซึมเข้าไปในแอกกรีเกท,ลิตรต่อตารางเมตร
R = สัดส่วนของแอสฟัลต์ซีเมนต์ซึ่งเป็นกาก (Residue)ในยางแอสฟัลต์ที่ใช้
ปริมาณของยางแอสฟัลท์ (B),ลิตรต่อตารางเมตร,จะเท่ากับข้อใด
คำตอบที่ 1



